|
วิธีร่อนผ่านตะแกรง |
|
น้ำหนักดินแห้งที่พอดีจะใช้ในการทดสอบนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของเม็ดใหญ่ที่สุด
ดังแสดงในตารางด้านล่าง และขั้นตอนการทดลอง ได้ดังนี้
|
|
ตารางแสดงน้ำหนักตัวอย่างดินแห้งในการร่อนผ่านตะแกรง |
ขนาดเม็ดใหญ่ที่สุด (นิ้ว) |
3/8 |
3/4 |
1 |
1½ |
2 |
3 |
น้ำหนักตัวอย่างดินอย่างน้อย, กรัม |
500 |
1000 |
2000 |
3000 |
4000 |
5000 |
|
|
1.
ชั่งตะแกรงทุกๆ ขนาดที่ใช้ โดยตาชั่งอ่านได้ถึง
0.1 กรัม โดยตะแกรงชุดหนึ่งไม่ควรเกิน 7 ใบ โดยมีขนาดละเอียดถึงเบอร์
200 อยู่ด้วยทุกครั้ง
|
|
|
|
ทำความสะอาดตะแกรงขนาดหยาบด้วยแปลงลวด
และขนาดละเอียดด้วยแปลงขนอ่อน |
นำตะแกรงแต่ละอันชั่งน้ำหนัก |
|
2.
ในกรณีที่ตัวอย่างดินเกาะเป็นก้อนใหญ่ให้ทุบ
แยกดินออกเป็นเม็ดอิสระด้วยค้อนยาง แต่ต้องระวังอย่าให้แรงมากจนเม็ดดินแตก |
|
3.
นำตัวอย่างดินที่อบชั่งน้ำหนักแล้วใส่ลงในตะแกรงที่เรียงลำดับจากหยาบไปหาละเอียด
โดยมีฝาปิดด้าน บนและมีถาด (PAN) รองด้านล่าง
รวมเป็นเถาของตะแกรงนำไปเข้าเครื่องเขย่า
(Sieve Shaker) เขย่านานอย่างน้อย 10 นาที
ดังแสดงในรูปด้านล่าง |
|
|
|
|
|
 |
|
|
4.
ชั่งทั้งดินที่ค้างอยู่ในแต่ละตะแกรงรวมทั้งน้ำหนักตะแกรง
แล้วนำไปคำนวณหาค่า %F ดังแสดงในรูป |
|
 |
น้ำหนักตะแกรง+น้ำหนักดินที่ค้างตะแกรง |
|
|
|
ตัวอย่างข้อมูลการ
Sieve |
|
ข. วิธีตกตะกอน |
|
ก่อนทำ
ผู้ทดลองควรลองจุ่มไฮโดรมิเตอร์ในลักษณะที่ถูกต้องเสียก่อน
โดยจับก้านไฮโดรมิเตอร์ทั้งสองมือ แล้วค่อย ๆ
หย่อนลงในกระบอกตกตะกอน จนใกล้เคียงตำแหน่งที่ไฮโดรมิเตอร์จะลอยตัวได้จึงค่อย
ๆ ปล่อย ถ้าปล่อยสูงเกินไปจะทำให้ไฮโดรมิเตอร์จมลงไปกระทบก้นกระบอก
เกิดแตกหักเสียหายได้ |
|
|
|
|
|
|
วัดขนาดกระเปาะไฮโดรมิเตอร์
และกระบอกตกตะกอน |
|
|
การหาความสัมพันธ์ของ
Rc และ h จะทำได้โดยการวัดขนาดกระเปาะไฮโดรมิเตอร์
(L), ความยาวก้านจาก 1.00 ถึง 1.040 (Ls
), ปริมารตกระเปาะ (Vb ) โดยอ่านจากการจุ่มไฮโดรมิเตอร์ลงในกระบอกตวง
แล้วอ่านระดับน้ำที่เปลี่ยนไป, พื้นที่หน้าตัดของกระบอกตกตะกอน
(Aj ) แล้วนำไปคำนวณเขียนกราฟดังที่กล่าวไว้ข้างต้น
สำหรับขั้นตอนการทดลองทำได้ดังนี้ |
|
1.
นำตัวอย่างดินแห้งประมาณ 50 กรัม ผสมน้ำกลั่น และน้ำยา
Dispersing Agent (4% สารละลาย Sodium hexa meta
phosphate) ดังรูปด้านล่าง จนได้น้ำผสมประมาณ 300
– 500 ลบ.ซม. |
|
 |
|
2.
ปั่นกวนส่วนผสมโดยใช้เครื่องผสมไฟฟ้าประมาณ 10 นาที
เพื่อให้เม็ดดินที่จับกันเป็นก้อนแยกออกจากกัน แล้วเทลงในกระบอกตกตะกอน
ใช้น้ำกลั่นฉีดล้างเศษดินจากเครื่องผสมลงให้หมด
เติมน้ำให้ได้ระดับ 1000 ลบ.ซม. ดังรูปด้านล่าง |
|
|
|
|
ปั่นกวนส่วนผสม |
เทลงในกระบอกตกตะกอน |
เติมน้ำให้ได้ระดับ
1000 ลบ.ซม. |
|
|
3.
ใส่น้ำกลั่นในกระบอกตวงไว้ข้างๆ อีกหนึ่งกระบอกไว้เพื่ออ่านค่าปรับแก้
เนื่องจากอุณหภูมิและแช่ไฮโดรมิเตอร์ในระหว่างที่ไม่ใช้วัด
|
|
4.
ใช้จุกยางปิดปากกระบอกตกตะกอน เขย่าส่วนผสมให้เข้าโดยสม่ำเสมอ
แล้ววางลง เริ่มจับเวลาทันที |
|
 |
|
5.
หย่อนไฮโดรมิเตอร์ไปอ่านค่า Ra ที่เวลา
0.25, 0.5, 1 และ 2 นาที โดยไม่ยกไฮโดรมิเตอร์ออก
จนกระทั่ง 2 นาที ให้ยกไฮโดรมิเตอร์ออก แล้วเขย่ากระบอกใหม่ |
|
 |
|
6.
วางกระบอกให้เกิดการตกตะกอนอีกครั้ง แล้ววัด R1
ที่ 2, 5, 10, 20, ….ฯลฯ จนไฮโดรมิเตอร์อ่านประมาณ
8 ถึง 15 ขีด ซึ่งอาจกินเวลาถึง 1 สัปดาห์หรือมากกว่านั้น
ในระหว่างการอ่านให้วัดอุณหภูมิด้วยอย่างน้อยทุกๆ
1 ชม. |
|
|
|
วัดการตกตะกอนตามเวลาที่กำหนดไว้ |
วัดอุณหภูมิอย่างน้อยทุก
1 ชั่วโมง |
|
|
7.
เมื่อทดลองเสร็จแล้ว เทส่วนผสมลงในถาด นำเข้าเตาอบเพื่อหาน้ำหนักดินแห้งที่แน่นอนอีกครั้ง |
|
|
|
เขย่าดินที่ตกตะกอนก่อนเทลงถาด |
เทลงถาดแล้วนำเข้าตบอบเพื่อหาน้ำหนักดินแห้ง |
|
|
|
|
|
|
|
ผู้ทดสอบ : |
นายวิษณุพงศ์ พ่อลิละ |
|
|
สถานที่ : |
ห้องปฏิบัติการปฐพีกลศาสตร์ |
|
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ
จังหวัดสกลนคร |
|
|
ผู้บรรยาย : |
นางสาวธรรมธิดา รัตนประทีป |
|