หน้าหลัก
เบื้องหลักการถ่ายทำ
 
          ก. Sand Cone Method วิธีนี้ใช้ทรายช่วยในการหาปริมาตรของหลุม ทรายที่ใช้ คือ Ottawa sand ซึ่งมีเม็ดของทรายกลมและมีขนาดเท่า ๆ กัน (Uniform) เพื่อที่จะให้ผลของความหนาแน่นเท่ากันโดยตลอด และไม่เกิดการแยกตัวของเม็ดหยาบและเม็ดเล็ก (Segregation) ขณะทำการทดลอง ถ้าหากไม่มี Ottawa sand อาจจะใช้ทรายซึ่งร่อนผ่านตะแกรง No. 20 แต่ค้างบนตะแกรง No. 30 หรือทรายขนาดผ่านตะแกรง No. 30 แต่ค้างบนตะแกรง No. 40 แทนได้
การ Calibrate หาน้ำหนักของทรายในกรวย
     1. ตวงทรายใส่ขวดอย่างน้อยค่อนขวด ปิดวาล์วตรงก้นกรวย นำไปชั่งและจดน้ำหนักไว้
 
     2. วางแผ่น base plate ลงบนพื้นราบหรือโต๊ะปฏิบัติการซึ่งมีผิวเรียบ คว่ำขวดให้กรวยวางบน base plate ในลักษณะเดียวกับที่จะออกไปทดลองในสนาม
 
     3. เปิดวาล์ว ปล่อยให้ทรายในขวดไหลลงสู่กรวยอย่างอิสระ และไม่ให้มีการสั่นหรือกระแทกในบริเวณใกล้ ๆ ขวด จนทรายหยุดไหลก็ปิดวาล์ว
 
     4. นำทรายในขวดที่เหลือไปชั่งหาน้ำหนัก ผลต่างระหว่างการชั่งครั้งแรกและครั้งหลังจะเป็นน้ำหนักของทรายที่อยู่ในกรวย
 
     5. ทำการทดลองอย่างน้อย 3 ครั้ง และหาค่าเฉลี่ยมาเพื่อใช้ในการทดลองในสนามต่อไป
การ Calibrate Bulk Density ของทราย
     1. ชั่งน้ำหนักขวดเปล่าพร้อมกรวย
 
     2. วางขวดเปล่าบนพื้นราบ เปิดวาล์วของกรวยแล้วเททรายลงในขวดทางกรวย ปล่อยให้ทรายไหลลงขวดโดยสม่ำเสมอจนเต็มขวดแล้วปิดวาล์ว ห้ามมิให้มีการสั่นสะเทือนขณะเติมทรายลงในขวด
 
     3. เททรายที่เหลือค้างในกรวยออก นำไปชั่งเพื่อหาน้ำหนักของทรายในขวด โดยเอาน้ำหนักของขวดเปล่าพร้อมกรวยมาหักออก ต้องทดลองอย่างน้อย 3 ครั้ง แล้วคำนวณหาน้ำหนักของทรายในขวดโดยใช้ค่าเฉลี่ย
การ Calibrate หาปริมาตรของขวด
     1. วางขวดบนพื้นราบ เปิดวาล์วก้นกรวย แล้วเติมน้ำลงขวดจนน้ำล้นท่วมขึ้นเหนือวาล์ว
     2. ปิดวาล์วแล้วเทน้ำส่วนที่อยู่เหนือวาล์วออก เช็ดขวดภายนอกให้แห้ง นำไปชั่งหาน้ำหนัก ขวด + น้ำ หัก น้ำหนักขวดเปล่าออก ก็จะได้น้ำหนักของน้ำในขวด
     3. ทดลองอย่างน้อย 3 ครั้ง แล้วหาน้ำหนักเต็มขวดด้วยค่าเฉลี่ย
     4. คำนวณหาปริมาตรของขวดดังนี้
                                    V = WT
 เมื่อ : V = ปริมาตรของขวด (ซม3.)
  W = น้ำหนักของน้ำเต็มขวด (กรัม)
  T = ปริมาตรของน้ำต่อน้ำหนักหนึ่งกรัมที่อุณหภูมิต่าง ๆ ดังนี้
ตารางที่ 2 ปริมาตรของน้ำตามองศาที่เปลี่ยนไป
 
วิธีการทดสอบ
     1. ตวงทรายใส่ขวดอย่างน้อยค่อนขวด ปิดวาล์ว ชั่งหาน้ำหนักของขวดทราย รวมทั้งกรวยและจดน้ำหนักไว้ (W1)
     2. ปรับพื้นที่ ที่จะทำการทดลองให้เรียบ วาง base plate ตอกตะปูยึดให้แน่น
     3. ใช้สิ่วเจาะดินจากรูกลาง base plate ลึกประมาณ 10 ซม.ควรแต่งให้ก้นหลุมมนคล้ายก้นกะทะ แต่งหลุมให้เรียบ ดินที่ขุดออกจากหลุมต้องเก็บใส่กระป๋องให้หมด มิให้ตกหล่น ชั่งจดน้ำหนักไว้แล้วนำเข้าเตาอบเพื่อหาเปอร์เซ็นต์ความชื้น
     4. คว่ำขวดทรายลงบน base plate เสร็จแล้วเปิดวาล์วให้ทรายไหลลงอย่างอิสระจนเต็มแล้วปิดวาล์ว เอาขวดทรายไปชั่งน้ำหนักของทรายที่เหลือ (W2) เก็บทรายสะอาดในหลุมให้กลับคืนใส่ในภาชนะ ที่เตรียมมาเพื่อไปทำความสะอาดและนำไปใช้ได้อีก
          ข. Rubber Balloon Method วิธีนี้ใช้น้ำช่วยในการหาปริมาตรของหลุมซึ่งสะดวกและรวดเร็วกว่าวิธีใช้ ทราย ในการทดลองอาศัยใช้ลมจากลูกยางบีบอัดลงไปตรงส่วนบนของผิวน้ำในหลอดแก้วของเครื่องมือ ทำให้น้ำในหลอดแก้วถูกอัดดันลงไปในลูกโป่งยาง และไหลลงไปในหลุมทดลองที่ขุดไว้ใต้ base plate ลมที่อัดลงไปนี้มีส่วนช่วยให้น้ำในลูกโป่งยางอัดแนบสนิทกับหลุม ทำให้ได้ค่าปริมาตรของหลุมที่ถูกต้องและแม่นยำยิ่งขึ้น
วิธีการทดสอบ
     1. ประกอบ balloon apparatus โดยใส่น้ำในหลอดแก้ว ซึ่งมีลูกโป่งยางประกอบใส่ตรงฐานของเครื่องมือ ให้ระดับน้ำต่ำกว่าขีดศูนย์ของหลอดแก้วเล็กน้อย
     2. วาง base plate ลงบนที่ราบและเรียบ เช่น บนโต๊ะปฏิบัติการ แล้ววาง balloon apparatus ลงบน base plate ให้เหมือนกับลักษณะที่จะไปทดลองในสนาม เปิดวาล์วใต้ลูกบีบยางและบีบลูกบีบยางอัดลมดัน (pressure) ลงบนผิวน้ำในกระบอกแก้ว อ่านและจดระดับครั้งแรกไว้ เสร็จแล้วกลับลูกบีบยาง เอาด้านที่เกิดแรงดูด (suction) ประกอบเข้ากับเครื่องมือ บีบให้เกิด suction ดึงเอาระดับน้ำและลูกโป่งยางกลับขึ้นมาเก็บในหลอดแก้วเท่าระดับเดิม แล้วปิดวาล์วใต้ลูกบีบยางไว้
     3. นำเครื่องมือออกไปในสนาม ปรับพื้นที่ ที่จะทำการทดลองให้เรียบวาง base plate ลง และตอกตะปูยึดให้แน่น
     4. ใช้สิ่วเจาะดินจากช่องกลาง base plate ให้มีเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับขนาดช่องกลาง base plate และลึกประมาณ 10 ซม. ควรให้ก้นหลุมมน แต่งหลุมให้เรียบ ดินที่ขุดออกจากหลุมต้องเก็บใส่กระป๋องให้หมด มิให้ตกหล่น นำไปชั่งจดน้ำหนักไว้ นำเข้าเตาอบเพื่อหาเปอร์เซ็นต์ความชื้น
     5. วาง balloon apparatus ลงบน base plate ประกอบลูกบีบยางด้านที่อัดลม (pressure) เข้ากับ balloon apparatus เปิดวาล์วใต้ลูกบีบยางอัดลม (pressure) ลงบนผิวน้ำในหลอดแก้ว อ่านระดับน้ำขีดต่ำสุดไว้ ขณะที่อัดลม (pressure) จะต้องกด balloon apparatus ให้แน่นติดกับ base plate จึงจะได้ค่าที่ถูกต้อง
     6. กลับลูกบีบยางด้านที่ทำให้เกิดแรงดูด (suction) ดึงเอาระดับน้ำกลับขึ้นมาอยู่ในระดับเดิม แล้วปิดวาล์วใต้ลูกบีบยาง
   
ผู้ทดสอบ : นายวรวัชร์ ตอวิวัฒน์
   
สถานที่ : บนถนนด้านหลัง อาคารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (อาคาร 7)
  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร
   
ผู้บรรยาย : นางสาวธรรมธิดา รัตนประทีป
เมนูหลักแบบทดสอบก่อนเรียนบทนำทฤษฎีเครื่องมือและอุปกรณ์วิธีการทดลองการคำนวณผลการทดลองแบบทดสอบหลังเรียน 
เชิดพันธุ์ อมรกุล และ ผศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์
ศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก  ภาควิชาวิศวกรรมโยธา   คณะวิศวกรรมศาสตร์   มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์